บทที่ 5 รับผิดชอบ

บทที่ 5

รับผิดชอบ

"ไม่รู้ล่ะ นายจะรับผิดชอบฉันยังไง"

เมื่อแน่ชัดแล้วว่าไม่ได้ฟังผิดเข็มทิศก็นิ่งงัน ปกติวันไนท์กับใครก็จะตกลงกันก่อนขึ้นเตียงตลอด แต่กับคนตรงหน้ามันเคสพิเศษ

"ฉันไม่ใช่คนใจง่ายกับใครก็ได้หรอกนะ ตกลงนายจะรับผิดชอบฉันยังไง" 

ปลายนิ้วยกขึ้นมาเกาหว่างคิ้วอย่างเขินๆกับคำพูดของอีกฝ่าย คนเกือบจะสร่างเมาจ้องคนตรงหน้าอย่างไม่รู้ว่าจะเอายังไงดีกับผู้ชายตัวโตที่กำลังวอแวไม่ยอมปล่อย ใจหนึ่งก็อยากจะรั้งเพราะติดใจเรื่องเซ็กส์แต่อีกใจก็หวงความเป็นอิสระ หากต้องมารับผิดชอบใครที่ไหนก็ไม่รู้มันก็ทะแม่งๆอยู่...

เฮ้อ! กูอยากจะบ้า!!

สรุปว่าเสียตัวให้ยังไม่พอนี่ยังต้องมารับผิดชอบไอ้คนที่จ้องเขานิ่งด้วยสายตาราวกับไร้เดียงสาเสียเต็มประดา แล้วไอ้สายตาที่เต็มไปด้วยท่าทางที่อยากจะมาเป็นผัวเขานักหนานี่ก็อีก ถ้าไม่ติดว่าเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถทำเขาเสร็จสมได้ ป่านนี้คงโดนเตะกระเด็นไปไกลแล้ว 

"เออ กูจะกลับ แล้วมึงจะไปด้วยกันไหมละ" 

เข็มทิศเอ่ยถามเมื่อสะบัดไม่หลุดก็คงต้องพากลับด้วย แต่จากสภาพที่เห็นทำให้สุดเขตอมยิ้มไม่รู้ว่าใครจะลากใครกลับกันแน่

"........" 

"แต่ถ้ามึงไม่สะดวก หรือมีแฟนแล้ว ไม่ต้องก็ได้นะ" 

"ถ้ามีแฟนฉันจะมาทำแบบนี้กับนายทำไม ก็บอกแล้วไงว่านายคือคนแรก ฉันเป็นคนซีเรียสเรื่องแบบนี้ เพราะถ้าคบใครเป็นแฟนแล้วฉันจะไม่มองคนอื่น" 

เขาโสดมาได้หลายปีแล้ว ส่วนเรื่องอย่างว่าบอกได้เลยว่าไม่เคยมี ชีวิตที่ยุ่งจนไม่มีเวลาไปมีอะไรกับใคร จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ใช่ทั้งหมด.. อาจเพราะยังไม่เคยถูกใจใครถึงขนาดอยากมีอะไรด้วยต่างหากล่ะ ตั้งแต่เด็กจนโตก็เอาแต่ตั้งใจเรียน พอโตมาหน่อยก็ตามพ่อมาทำงานเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับธุรกิจของครอบครัวเพราะเป็นลูกชายคนโต ส่วนน้องสาวก็เรียนอยู่ต่างประเทศกับมารดา ซึ่งแต่งงานมีครอบครัวใหม่กับตนต่างชาติ และใช้ชีวิตที่นั่น ส่วนเขาเลือกที่จะอยู่กับพ่อ พอเรียนมหาวิทยาลัยก็ไม่มีเวลานอกลู่นอกทางใช้เวลากับการเรียนและเพื่อนก็หมดวันไปแล้วจนเพื่อนแซวกันหนักว่าหล่อซะเปล่ามีของดีในตัวก็ไม่รู้จักงัดมันออกมาใช้ ใช่ว่าไม่เคยมีใคร เขาเคยลองคบผู้หญิงมาแล้วหลายคนแต่ก็ไปไม่รอดมันไม่ถึงขั้นนั้น สุดท้ายก็พังไม่เป็นท่า เพราะรู้ว่าไม่ใช่ไทป์ที่ตัวเองชอบจึงไปต่อไม่ได้...คบกี่รายๆก็แยกกันกลางทางไม่เคยถึงฝั่งฝัน

มันเป็นเรื่องปกติที่ไม่ว่าใครก็น่าจะชอบนะ ใครก็ได้ที่ทำตัวเหมือนแมวขี้อ้อนหน่อยๆมีโลกส่วนตัวบ้างแต่พองาม ขี้หึงนิด ขี้หวงพอกรุบกริบ พูดจาคะค่ะน่าเอ็นดู และมีความดุอยู่ในตัวบ้างเล็กน้อยพอเป็นสีสัน หากเจอคนไทป์นี้ เขาที่เป็นผู้ชายก็ย่อมมีไหวหวั่นอยากจะเข้าไปวอแวด้วยอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมายังไม่โดนใจสักคนจนกระทั่งมาเจอ... 

คนตรงหน้า... 

"เรื่องของมึง อีกอย่างใครจะพูดอะไรก็ได้ สมัยนี้เชื่อใจได้ที่ไหน ปากบอกไม่มีใครแต่ซ่อนไว้เป็นสิบ! " คนพูดกระแนะกระแหนเบ้ปากกลอกตาไปมาอย่างน่าเอ็นดู

"หึง!" 

"อย่ากวนตีน!"

"สรุปว่าให้ฉันไปห้องนาย หรือว่านายจะมาห้องฉัน" 

สุดเขตเลยรุกคนตรงหน้าแบบที่ไม่ให้อีกฝ่ายมีโอกาสได้คิด โดยถือคติที่ว่าจะไม่ยอมปล่อยคนตรงไทป์ให้หลุดมืออีกแน่!

"คอนโดกู" 

เห็นความพยายามไม่ลดละนั่นแล้วเข็มทิศก็ถอนหายใจ ปกติก็ไม่เคยให้คนอื่นมาถึงรังส่วนตัว แม้แต่เพื่อนสนิทก็ยังนัดเจอกันข้างนอก หรือไม่ก็โรงแรม แต่กลับคนนี้ถือว่าเป็นคนแรกที่อนุญาตนอกเหนือจากคนในครอบครัว เพราะยังไงไอ้คนที่อ้างว่าเสียตัวให้ก็เคยขึ้นคอนโดเขามาแล้ว และอีกอย่างก็เป็นคนที่ทำให้เขาไปเเตะขอบสวรรค์ได้ ต่อให้เป็นฝ่ายรับก็เถอะตอนนี้ยอมได้ทั้งนั้น 

ทั้งที่ก่อนหน้าเคยปรามาสกับเพื่อนไว้ว่า ถ้าหากได้เจอไอ้คนที่ทำให้ต้องตกอยู่ในสภาพอันน่าอับอายนี้เขาจะจัดการไม่ยั้งมือ!!

แต่พอเอาจริงไม่ยั้งเอวเลยต่างหาก🙄 โอเครแหละว่าเมื่อกี้มันดีแบบสุดๆ

"ตกลง" 

คนที่เอาแต่จ้องยิ้มกริ่ม บางอย่างในดวงตาคู่นั้นทำให้คนมองรู้สึกดีแบบอธิบายไม่ถูก สองสายตาสบประสานกันอยู่เนิ่นนาน สุดท้ายแล้วสุดเขตจึงยกยิ้มขึ้นบางๆทำให้ใบหน้านิ่งนั้นหล่อมาก หล่อมากจนเข็มทิศที่ไม่ได้ค่อยสังเกตพินิจใบหน้าอีกฝ่ายสักเท่าไหร่เพราะก่อนหน้านี้เขามัวแต่สนใจเอ็นยักษ์ซะมากกว่า แต่พอเจอยิ้มโลกละลายก็แทบหยุดหายใจมองหน้าอีกฝ่ายอย่างตกตะลึง

"อะ.. แอ่ม"

เจ้าของตักแกร่งกระแอมกระไอในลำคอเบาๆเมื่อโดนอีกฝ่ายจ้องกลับจนคนนั่งบนตักเริ่มรู้สึกตัว หน้าคมร้อนผ่าวด้วยความเขินอายรีบผลักหน้าหล่อของหมอเขตให้หันหนี

"เออ งั้นก็ลุกสักทีดิวะ จะไปก็ไปมองอยู่ได้หน้าเหมือนคนที่บ้านมึงหรือไง น่ารำคาญ" 

สุดเขตเอ็นดูจนเผลอยิ้มตามไม่ยอมหุบกับท่าทีเขินอาย พอเข็มทิศจึงตั้งท่าจะลุกขึ้น คนตัวโตเลยรีบขยับช่วยดันอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นแล้วก็ลุกตามขึ้นไป

คนรักความสะอาดตามนิสัยของคนเป็นหมอ ดึงกระดาษชำระเช็ดคราบตรงประตูและบางส่วนที่น้ำขาวขุ่นหยดลงบนพื้นห้องน้ำ หันกลับมาอีกทีคนตัวเล็กกว่าก็เกาะเขาเอาไว้

"เป็นอะไร" สุดเขตถามอย่างเป็นห่วง เมื่อคนข้างๆเกาะเขาเอาไว้กันล้ม

"เออ... คือ..." แม่งเอ้ย! เข็มทิศสบถในใจ

"ขา...เอ่อ..คือขามัน..ไม่มีแรง"

โคตรน่าอายแต่ก็จำต้องบอกไปตามความจริงคำว่า ขาอ่อน เป็นแบบนี้นี่เองสินะ...

สุดเขตหลุดหัวเราะออกมาเบาๆจึงเจอค้อนวงใหญ่จากใบหน้าหล่อคมเข้ม จากนั้นจึงโอบเอวกระชับร่างอีกฝ่ายเอาไว้

"โทษทีลืมไป ใครบอกให้เราเด็ด อยากทำตัวน่ากินเอง ฉันทนไม่ไหวก็เลยไม่ได้ยั้งแรง"

"เออ..ไม่เอาให้กูตายไปเลยละ" เข็มทิศพูดประชดกับเสี้ยวหน้าคมพร้อมค้อนให้อีกครั้ง

"หึ น่ารักอีกแล้ว ไว้ฉันค่อยไปจัดหนักอีกทีบนเตียงเพราะฉันเองก็ยังไม่อิ่ม" 

"สัส!" 

คนโตกว่าเอียงหน้ามองคนข้างตัวพลางหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ แต่เมื่อเข็มทิศหันหน้าหลบจึงเห็นเพียงแก้มแดงระเรื่อก็พอเดาได้ว่าอีกฝ่ายกำลังเขินอายอยู่

อายเก่ง.. แม่งโคตรน่ารักในสายตาเขาที่สุด ไม่ผิดหวังจริงๆที่กลับมาซ้ำรอยเดิม สุดเขตจึงทำเพียงยิ้มแล้วเปิดประตูออกไป

คนทั้งสองเกิดความสงสัยเล็กน้อย นานแล้วที่พวกเขาทำกิจกรรมเข้าจังหวะ เพิ่งจะรู้ตัวว่าไม่ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในห้องน้ำเลยแม้แต่คนเดียว และเมื่อออกมาก็พบว่าประตูห้องน้ำด้านนอกถูกปิดพร้อมมีป้ายกำลังทำความสะอาดห้อยโตงเตงเอาไว้ราวกับรู้ว่าด้านในมีกิจกรรมเร่าร้อน

ได้แต่สงสัยว่าเป็นฝีมือใคร หรืออาจจะเป็นคนที่มาเข้าห้องน้ำแล้วได้ยินเสียงจึงช่วยอนุเคราะห์ให้

แต่จะใครก็ช่างเถอะถือว่าเป็นผู้มีพระคุณก็แล้วกัน ถึงแม้จะเป็นเรื่องปกติสำหรับเข็มทิศที่จะมีอะไรกับบรรดาสาวสวยในห้องน้ำตามผับบาร์ 

"จะไปก็รีบ รถจอดอยู่โซนวีไอพี" 

คนขี้ใจร้อนเอ่ยบอกก่อนจะส่งข้อความบอกเพื่อนว่าจะกลับก่อน 

หลังจากนั้นก็พาคนที่เพิ่งรู้จักกันไปยังรถของตัวเอง โดยไม่รู้ตัวเลยว่าคนที่เขาอยากขอบคุณก็คือเจษฎาและนาวินที่แอบอยู่ใกล้พุ่มไม้ที่ลุ้นกันจนตัวโก่ง ยิ่งได้รับข้อความจากเข็มทิศว่ามีธุระเลยจะขอกลับก่อนถึงกับกระโดดดีใจกันจนตัวลอย

ในที่สุดเพื่อนเขาก็หายจากอาการประหลาดที่ทำให้มันหงุดหงิดงุ่นง่านสักที..

บทก่อนหน้า
บทถัดไป